อ่านเจอมาตอนที่2

11:54 วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

สงกรานต์สาดน้ำคลายร้อนที่บัวใหญ่ (2)

เสียดายบรรยากาศตอนเย็นของวันที่13 เมษาไม่ได้เก็บภาพสาวงามจากเวทีประกวดนางสงกรานต์ อันเนื่องมาจากความสับเพร่าวฃส่วนตั๊ว ส่วนตัว ลืมเมมกล้องเฮ้อ เอาไปแต่กล้องเลยอดได้ภาพบรรยากาศการประกวดเลย วันนี้วันที่ 14 เลยตระเวนรอบบึงบัวใหญ่เพื่อเก็บภาพงานสงกรานต์เมืองด่านนอกวันที่สองซัก หน่อยแต่ก็ได้ไม่เยอะเท่าที่ควรเนื่องจากเหตุผลหลายประการ (ไม่กล่าวถึงดีกว่า) ในงานวันนี้ก็เริ่มตอน 9 นาฬิกา จนถึงบ่ายๆโน่นแหละบ่ายไหนไม่รู้เนื่องจากผมกลับก่อน ก็มีกิจกรรมน่าสนใจหลายกิจกรรมนะครับไม่ว่าจะเป็น แข่งเรืออีโปง  แข่งชกมวยทะเล  ประกวดร้องเพลงลูกทุ่งรอบชิงชนะเลิศ  ตอนเย็นๆค่ำก็มีการกินข้าวพาแลง  รำวงย้อนยุครอบละบาท มาดุภาพกันดีกว่า

บรรยากาศทางเข้าบึงบัวใหญ่

แข่งเรืออีโปง เนื่องจากเรืออีโปงหายากเลยใช้เรือพลาสติกแทน

แข่งขันชกมวยทะเล




มีนักมวยต่างชาติมาร่วมแข่งด้วยนะ แต่พี่แกกำหาทางขึ้นเวที


บรรยากาศรำวงย้อนยุคในยามค่ำคืน รอบละบาท
เอา หละครับ พอหอมปากหอมคอครับปีหน้าฟ้าใหม่ สงกรานต์เมืองด่านนอกก็น่าจะมีอะไรสนุกๆแบบนี้อีกนะครับเป็นการอนุรักษ์ สงกรานต์แบบไทยๆผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ได้ลงตัวทีเดียวครับ

11:49 วันพุธที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2553

ไปเจอมาอีกแล้วไม่ได้เขียนเองแต่อ่านแล้วรู้สึกดีเลยเอามาให้อ่านกันเกี่ยวกับ บัวใหญ่

สงกรานต์สาดน้ำคลายร้อนที่บัวใหญ่



กลางเดือนเมษา มาคลายร้อนกับบรรยากาศ "ประเพณีสงกรานต์เมืองด่านนอก" เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทุกปีของเทศบาลเมืองบัวใหญ่ร่วมกับสภาวัฒนธรรมอำเภอ บัวใหญ่ เริ่มงาน 09.30 น. ขบวนแห่เคลื่อนจากลานอเนกประสงค์หน้าอำเภอไปยังลานอเนกประสงค์หน้าสระใหญ่ ในงานมีการรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ สงน้ำพระพุทธรูป  มินิคอนเสริตให้ผู้มาร่วมงานได้สนุกสนานกัน

ตั้งขบวนแห่ที่หน้าอำเภอ

เคลื่อนขบวนไปยังหน้าสระใหญ่

เทศบาลนำรถดับเพลิงฉีดน้ำสร้างความชื่นฉ่ำ บริเวณหน้าสระใหญ่
 
บรรยากาศหน้าสระใหญ่

สงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล

รดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่

บัวใหญ่....ที่อยู่ในฝัน

11:46 วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

 ไปเจอมาในblogหนึ่งเขาเขียนเรื่องเกี่ยวกับบัวใหญ่เขบอกว่าบัวใหญ่น่าอยู่เลยเอามาให้อ่านกันครับ

บัวใหญ่....ที่อยู่ในฝัน
เมื่อวานผมได้ไปโคราชเพื่อไปเก็บข้อมูลวิชาโบราณคดีประเทศใกล้เคียง ซึ่งก่อนหน้านั้นผมต้องไปทำธุระให้ญาติเล็กน้อย และกะเอางานไปส่ง

แต่อ.ไม่อยู่............แต่ธุระญาติประสบความสำเร็จด้วยดี

ตอนแรกหมายกำหนดการจะออกจาก กทม. บ่ายโมง ออกจริง บ่ายสาม...............

การเดินทางในคราวนี้ญาติพี่บอยได้เป็นผู้ขับรถให้พวกเรา ซึ่งมีพี่บอย ผม ปาล์ม นุก มีข้าวกินเพราะแม่อ้อยจัดให้........

เดินทางก็อย่างสบายๆ ไปถึงที่หมายประมาณเกือบสามทุ่ม

อำเภอบัวใหญ่เป็นอำเภอที่ผสมผสานระหว่างความเจริญและความเป็นชนบทได้ อย่างลงตัว (ในความคิดผมนะ) น่าอยู่มาก สบายๆ ไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่เนือยจนเกินไป

บ้านที่พวกเราไปพักกันนั้นเป็นบ้านพี่บูม บ้านก็กว้างขวาง ความสะดวกสบายไม่ขาดแคลน นอนกันได้สบาย แต่กว่าจะนอนก็ตีสี่............ (คุยกันไปด้าย 3-4 ชั่วโมง)

แต่ตื่นกันเจ็ดโมง...........สภาพงี้ อิดโรย...........แต่ก็ไปเก็บข้อมูลกันได้ (ข้าวเช้าที่ตลาดบัวใหญ่อร่อยมาก และพ่อพี่บูมก็ใจดีมากๆด้วย)

ซึ่งการเก็บข้อมูลครั้งนี้เราเอาเป็นรูปถ่ายเป็นหลัก แล้วให้แต่ละคนเลือกว่าคนไหนถนัดหรือสนใจเรื่องใดในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิ มายก็ทำเรื่องนั้น

ซึ่งผมได้เลือกทำเรื่องภาพเล่าเรื่องเกี่ยวกับศาสนาฮินดู ซึ่งผมถนัดมากในเรื่องนิทานฮินดู โดยให้ปาล์มเป็นตากล้อง เพราะมันทำเรื่องมาคนเดียวว่ามันถ่ายได้คนเดียว.....

มันเลยเหนื่อยคนเดียวเลยงานนี้...............

ใครถ่ายรูปเสร็จก็หลับ..............

เริ่มทำประมาณสิบเอ็ดโมง เสร็จสี่โมงเย็น (ถ่ายเกือบทั้งพิพิธภัณฑ์เลย....) ซึ่งรูปที่ถ่ายก็เกี่ยวกับชิ้นส่วนของปราสาทเขมรโบราณ

อ่อ ลืมบอกไป ผมได้ไปปราสาทเขมรโบราณหลังเล็กๆ ซึ่งมีรูปเคารพหิน ทุกคนให้ผมสันนิษฐาน วึ่งผมก็สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นพระศิวะปางฤาษี ซึ่งปราสาทนี้ก่อด้วยอิฐ

พี่บูมสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศิลปะแบบพระโคต่อบางแค็ง (ไม่รู้จำถูกป่าวนะ)

ได้เข้าไปเที่ยวตัวเมืองโคราช ดูพลุกพล่านสมเป็นอ.เมือง ได้กินข้าวเที่ยง (ซึ่งตอนนั้นหกโมงเย็นแล้ว.....)

เอาเป็นว่าไปทำงานครั้งนี้สนุกมากๆ มีความสุขมากเลย เหมือนไปเที่ยว จิงๆ..............